free counters

[SF] Amorous Tale : Part I - White Camelia

posted on 09 Dec 2011 01:02 by choiminkimkey in Fiction

::Amorous Tale::

 

 

>Part I : White Camelia

 

ในค่ำคืนที่ท้องฟ้ามืดสนิท หมู่ดาวน้อยใหญ่ต่างแข่งกันกระพริบแสงพร่างพราวสลับกับเสียงใบไม้ที่โบกพัดเสียดสีไปตามแรงลมพัดดั่งจังหวะดนตรีบรรเลงขับกล่อมผู้คนในเมืองอันเงียบสงบให้หลับไหลอยู่ในภวังค์แห่งนิทรา...

ร่างงามระหงปราดเปรียวภายใต้อาภรณ์สีดำสนิทเคลื่อนไหวรวดเร็วคล่องแคล่วหากแต่ทุกฝีก้าวกลับเงียบเชียบแผ่วเบาราวกับจังหวะการย่างก้าวของลูกแมวตัวเล็กที่ออกมาเล่นซนยามค่ำคืน โดยที่ไม่มีใครซักคนสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย.... 

สายตาเฉียบคมจดจ้องความเคลื่อนไหวด้านหน้าอย่างรอคอยเวลาที่จะแฝงตัวเข้าไปด้านในเรือนไม้หลังใหญ่ใจกลางอาณาเขตอันเป็นส่วนที่เจ้าของหวงแหนเป็นที่สุด เนื่องจากเป็นห้องเก็บทรัพย์สมบัติอีกทั้งสิ่งล้ำค่าอื่นๆ จึงได้มีการจัดเวรยามที่แน่นหนาพอสมควร เรือนร่างเพรียวบางป่ายปีนต้นไม้สูงใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านโน้มยาวจรดส่วนของหลังคากระเบื้องแข็งแกร่งอย่างชำนาญ รวดเร็วแต่เงียบกริบราวกับไม่มีสิ่งใดผิดปกติให้เหล่าทหารเวรยามต้องระแวดระวัง รอยยิ้มพอใจถูกบดบังอยู่ใต้ผืนผ้าสีดำเมื่อพบช่องทางที่จะเข้าไปด้านในได้อย่างง่ายดาย

....จัดเวรยามด้านหน้าเสียแน่นหนา
แต่กลับมีหน้าต่างชมจันทร์เปิดโล่งไร้การป้องกัน...

ช่างโง่เขลาเสียจริง....

ชายสูงอายุรูปร่างอ้วนใหญ่กำลังชื่นชมสมบัติของตนโดยที่ไม่ได้รับรู้เลยว่ามีใครอีกคนเข้ามามีส่วนในการชื่นชมของล้ำค่าเหล่านี้เช่นกัน...

ในระหว่างที่มือสั้นป้อมกำลังลูบไล้กล่องสี่เหลี่ยมใบเล็กที่ดูจะรักจะหวงมากเป็นพิเศษ รอยยิ้มเผยออกมาจากริมฝีปากเล็กของผู้ซุ่มดูโดยที่ท่านข้าหลวงนัมไม่อาจรู้เลยว่าภัยได้เข้ามาถึงตัวในระยะประชิดแล้ว

ปึก! 

"อ๊ะ!" มีเสียงออกเพียงเช่นนั้น ดวงตาที่เคยตี่ตีบของชายชราได้เบิกโพลงขึ้นมาอย่างตกใจ ก่อนที่คนชุดดำตัวต้นเหตุจะเผยตัวตนออกมาจากที่ซ่อน ร่างอ้วนท้วมไม่อาจขยับร่างกายของตนได้ดั่งใจ ส่งผลให้ยิ่งตื่นตะหนกอย่างถึงที่สุด เหงื่อกาฬรินไหลดั่งสายน้ำอีกทั้งยังไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำพูดใดได้ราวกับคนใบ้ ข้าหลวงนัมทำได้เพียงส่งเสียงอื้ออึงในลำคอเท่านั้น...

"อย่าได้ตกใจไปท่านข้าหลวง....ข้าก็แค่มาขอร่วมชื่นชมสมบัติของท่านบ้างก็เท่านั้น" ว่าแล้วร่างเพรียวภายใต้อาภรณ์สีดำสนิทก็ทำทีเป็นเดินสำรวจรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดตรงหน้าเจ้าของห้องเช่นเดิม..

"ดูท่านจะรักจะหวงกล่องใบนี้มากทีเดียวนะท่านข้าหลวง..ขอข้าดูหน่อยเถิดว่ามันคืออะไร" มือเรียวบางฉกฉวยกล่องกำมะหยี่สีแดงจากมือที่สั่นเกร็งของชายชรา ซึ่งทำได้เพียงเบิกตาโพลงตัวสั่นเทาไม่อาจขัดขวางอันใดได้

"โอ้...ทำจากหยกเสียด้วย ไหนๆข้าก็มาแล้ว ขอรับมันไว้เป็นที่ระลึกก็แล้วกันนะ โอ..โถๆ หวงมากกระนั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้นข้าจักไม่รับไปทั้งหมดก็ได้ จะเหลือไว้ให้ท่านเป็นอนุสรณ์" จอมโจรร่างโปร่งกล่าวล้อเล่นอย่างอารมณ์ดีผิดกับผู้ที่เป็นเจ้าของสมบัติที่ได้แต่นั่งตัวสั่นเกร็งเฝ้ามองของรักที่ถูกฉวยไปต่อหน้าโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้

"อ่อ..ก่อนจะไป ข้ามีเรื่องจะบอกให้ท่านคลายกังวล ท่านไม่ได้รับพิษร้ายแรงแต่อย่างใด อีกเพียงไม่กี่ชั่วยามท่านจะกลับคืนสู่สภาพปกติอย่าได้หวาดกลัวไป ขอบคุณสำหรับของกำนัล ข้าลาล่ะ" ดอกเบญจมาศสีขาวสะอาดตาถูกทิ้งไว้ดูต่างหน้าพร้อมเสียงหัวเราะเย้ยหยันส่งท้ายก่อนที่ร่างเพรียวบางจะหลบหนีหายไปกับท้องฟ้ายามราตรี โดยที่ทหารยามด้านนอกก็ยังคงเดินตรวจตามปกติ หาได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องโถงเก็บสมบัตินั้นเลยแม้แต่น้อย

อีกทั้งไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าเช้าวันพรุ่งจะต้องวุ่นวายหัวปั่นปานใด....

และไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเมื่อสักครู่ จอมโจรบุปผาที่ร่ำลือได้มาเยี่ยมเยือนเรือนพร้อมกับรับของกำนัลไปเสียแล้ว...


ช่วงขาเรียวยาวกระโดดจากกำแพงสูงชันลงสู่พื้นอย่างชำนาญ ก่อนที่ยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อมองไปยังวัตถุในมือที่ถูกห่อด้วยผ้าผืนสีเดียวกันกับชุด...

"หนีเที่ยวอีกแล้วน้องพี่"

เสียงที่เอ่ยทักขึ้นเพื่อขัดจังหวะการชื่นชมผลงานมิได้ทำให้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นเสียงของพี่ชายบังเกิดเกล้าที่รับรู้เป็นอย่างดีว่าโฉมหน้าแท้จริงของจอมโจรปริศนาอันเป็นที่กล่าวขวัญของทั้งเมืองนั้นคือผู้ใด จึงดึงผ้าสีดำที่บดบังใบหน้าลงเผยรอยยิ้มอ่อนหวานให้กับผู้มีอายุมากกว่าราวกับเด็กน้อยที่รู้ดีว่าตัวทำผิดแต่หาได้หวาดกลัวการถูกลงโทษไม่ เนื่องด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายทั้งรักและตามใจผู้เป็นน้องมากเพียงใด..

"คราวนี้ไปเอาอะไรมาอีกล่ะ หือม์?~"

เมื่อเห็นว่าน้องชายของตนมิได้เอ่ยอะไรจึงได้เป็นฝ่ายถามเอง และก็ได้รับคำตอบเป็นการยื่นห่อผ้าสีดำส่งมาให้ คนโตกว่าส่ายหน้าอย่างเอือมระอา หากแต่รอยยิ้มอ่อนโยนยังคงเผยแสดงให้เห็นอยู่เสมอ ดวงตารีเล็กมองสิ่งที่อยู่ภายใต้ห่อผ้า ก่อนจะเงยหน้ามองน้องรักของตนอย่างตกใจ..

"นี่มัน...โอยยย..คิบอมน้องพี่..เจ้านี่ชักจะซนเกินไปแล้วนะ นี่ถ้าท่านข้าหลวงนัมเอาเรื่องขึ้นมาแล้วจะทำยังไง"
"ท่านพี่อย่าได้กังวลไป ข้าไม่เคยถูกจับได้เลยสักครั้งท่านพี่ก็รู้ อีกอย่างข้าก็หยิบมาแค่อันเดียวเอง~ ระดับท่านข้าหลวงนัมไม่เดือดร้อนหรอก" คนเป็นน้องกอดแขนพี่ชายอย่างออดอ้อนพลางพูดจากระเง้ากระงวดฟังดูน่าตี ทำเอาผู้เป็นพี่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างปลงตก นี่แหละหนาที่เขาว่ากันว่าตามใจจนเคยตัว เกินกว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรแล้วล่ะน้องรักของเขา..
"ตะเกียบหยกขาวของรักของหวง แถมถูกขโมยมาเหลือแค่ข้างเดียวเนี่ยนะคิบอม ที่เจ้าว่าท่านข้าหลวงจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจ พี่ว่าคงได้ประกาศตามหาราวกับคนหายเลยทีเดียวล่ะ" ถึงแม้จะโดนค่อนขอดแต่ก็ใช่ว่าจะสลด ดวงหน้าสวยหวานดั่งอิสตรีกลับหัวเราะชอบใจพลางนำของที่ขโมยมาได้วันนี้เก็บใส่กล่องกำมะหยี่ใบโตรวมกับของล้ำค่าอีกหลายสิบอย่างที่ร่างบอบบางแสนซุกซนหยิบติดมือมาจากบ้านเศรษฐีหรือเรือนของผู้มีอันจะกินคนอื่นๆ
"ข้าก็แค่อยากดัดนิสัยตาแก่นั่นนิดหน่อย..เมื่อวันก่อนอยากมาทำชีกอกับข้าทำไมกันล่ะ!"
คุณชายใหญ่ตระกูลอีมองน้องชายที่บัดนี้ผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายไปเป็นยูกาตะลายดอกโบตั๋นชมพูอ่อนแลดูงดงามเฉกเช่นยามปกติด้วยความขบขัน ใครจะรู้ว่าน้องชายต่างมารดาของเขาที่ทุกคนต่างร่ำลือในความเรียบร้อยอ่อนหวานแท้จริงแล้วเป็นจอมโจรบุปผา ศัตรูตัวฉกาจที่เศรษฐีกว่าค่อนเมืองตามหาไล่ล่ากันเสียจนวุ่นวายไปหมด..

"ท่านพี่ดื่มชาก่อนสิ...ชาโสมขาวของข้าเพิ่งได้ที่..อยากให้ท่านพี่ลองเป็นคนแรก" รอยยิ้มน่ารักพร้อมชาอุ่นๆที่เหมาะกับอากาศหนาวเย็นยามราตรีทำให้พี่ชายไม่คิดปฏิเสธ ร่างโปร่งนั่งลงจิบชาพูดคุยกับน้องรักอย่างเพลิดเพลินจนเมื่อสมควรแก่เวลาจึงได้แยกย้ายกลับไปยังเรือนของตน...

ระหว่างทางที่มุ่งหน้ากลับไปยังเรือนใหญ่ คุณชายอีจินกิก็สังเกตเห็นลูกพี่ลูกน้องคนสนิทยืนกระหืดกระหอบ หันซ้ายแลขวาคล้ายคนที่กำลังหาบางสิ่งอยู่..
"แทมิน!เจ้ากำลังหาสิ่งใดอยู่หรือ?"
ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก เจ้าของชื่อรีบรุดมายังต้นเสียงก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"ท่านพี่จินกิไปไหนมา ข้าตามหาเสียจนทั่วไปหมด!"
"ข้าก็แค่นอนไม่หลับก็เลยออกมาเดินเล่นน่ะ" อีจินกิตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพลางแย้มยิ้มจนตาปิดดังเช่นยามปกติ
"แล้วทำไมไม่ปลุกข้าให้มาเดินเป็นเพื่อน" แทมินถามเสียงเข้มงวดบ่งบอกความไม่พอใจได้เป็นอย่างดี แต่อีกคนก็ไม่ได้เกรงกลัวอะไร อีกทั้งยังเฉไฉไปเรื่องอื่นอีกต่างหาก
"ก็เห็นเจ้าหลับสบายอยู่ เอาล่ะตอนนี้ข้าง่วงแล้วล่ะ ชักขี้เกียจเดินแล้วด้วยสิ ทำไมเรือนมันอยู่ไกลจังนะ"
เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายง่วงงุนจริงๆอีกทั้งต่อให้ซักไซ้ไล่เรียงก็ใช่ว่าจะได้คำตอบ แทมินได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะทรุดตัวลงย่อเข่าเพื่อแบกอีกคนไปยังเรือนใหญ่เนื่องจากเวลานี้ก็ดึกพอสมควรแล้ว

เอาไว้ค่อยถามพรุ่งนี้เช้าก็ไม่สายหรอกกระมัง!?!

ว่าแต่อีแทมินเอ๋ย...เจ้าจำได้หรือไม่ว่า พูดกับตัวเองด้วยประโยคนี้มากี่ค่ำคืนแล้ว...


"นี่...แทมิน"
"หือม์?"
"ข้าหลับบนหลังเจ้าเลยนะ"
"อื้อ..หลับไปเถอะ"


+++++++++++++++++++

ยามเช้าอันแสนสดใสแสงแดดสาดส่องสะท้อนมายังสายน้ำทอดยาวราวผืนผ้าที่ถูกถักทอด้วยช่างฝีมือชั้นเอก ฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายไปมาอยู่ในลำธารใสที่ไหลยาวเป็นทางเชื่อมต่อจากน้ำตกสูงชัน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของความอุดมสมบูรณ์ต่างๆในอาณาบริเวณนี้ ลูกสุนัขจิ้งจอกสีน้ำตาลทองก้มลงกินน้ำด้วยความกระหายโดยหารู้ไม่ว่าจะมีภยันตรายที่อาจทำร้ายถึงชีวิตตนในเวลาไม่ช้า...

ห่างออกไปไม่ไกลนัก ดวงตาคมกริบของเพชฌฆาตกำลังจดจ้องหาจังหวะที่เหมาะสมหมายจะจู่โจมคร่าชีวิตเจ้าตัวเล็กที่ยังคงเพลิดเพลินดื่มด่ำกับสายน้ำเย็นใสด้านหน้า มือใหญ่คว้าคันธนูคู่กายขึ้นมาเล็งระยะแผลงศรก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นจะได้เหยื่อที่ถูกใจเสียตั้งแต่หัววัน ฉับพลันนิ้วยาวก็ปล่อยลูกธนูร้ายกาจเพื่อปลิดชีพเจ้าจิ้งจอกน้อยผู้น่าสงสาร แต่ทว่าเจ้าตัวเล็กคงยังไม่ถึงฆาต ชั่วพริบตาที่เหยื่อตัวน้อยขยับกาย ทำให้ทิศทางของลูกศรนั้นผิดพลาดเฉียดโดนเพียงข้อเท้าเล็กเท่านั้น ร่างสูงสง่าสบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะวิ่งไล่ตามจิ้งจอกดวงแข็งที่บัดนี้วิ่งหนีขวัญกระเจิงเข้าไปในป่าสนริมลำธาร สองเท้าก้าวย่างอย่างรวดเร็วหมายจะตามให้ทัน สิ่งที่ชายหนุ่มตั้งใจไม่เคยไม่เป็นดังหวัง ดวงตาคมจ้องไปยังทิศทางที่พบการเคลื่อนไหวอันน่าจะเป็นเจ้าเหยื่อที่ว่าก่อนจะมุ่งหน้าไปอย่างไม่รอช้า...

อย่างไรซะ...ข้าเลือกแล้วว่าเจ้าจะต้องเป็นเหยื่อของข้าในวันนี้ เจ้าจิ้งจอกน้อย...

ไม่มีใครหนีรอดธนูของข้าไปได้หรอก...

ไม่มีวัน...


++++++++++++++++

ท่ามกลางแมกไม้เขียวครึ้มในป่าใหญ่ เสียงนกน้อยขับขานเริงร่าสร้างความสุขสันต์หรรษาให้กับสองพี่น้องที่กำลังเพลิดเพลินกับการเก็บสมุนไพรป่าโดยมีญาติผู้น้องกึ่งองครักษ์อย่างอีแทมินคอยระแวดระวังภัยให้อยู่ไม่ได้ห่าง

"ท่านพี่...ข้าว่าเห็นทีจะต้องทำหมอนใบชาให้แทมินหนุนนอนเสียที" ผู้เป็นน้องเหลือบมองแทมินก่อนจะหันมาสะกิดพี่ชาย
"ทำไมหรือคิบอม...แทมินมีอันใดผิดปกติ"
"ก็ดูแทมินของท่านพี่สิ หน้างี้งอหงิกดั่งคนนอนไม่สบายตัวไม่สบายท้องอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หนุนหมอนชาคลายกังวลเสียบ้างท่าจะดี" ร่างบอบบางทำทีกระซิบกระซาบแต่ทว่าเสียงที่เปล่งออกมาก็ใช่จะเบา ทำเอาผู้ถูกพาดพิงอดจะโพล่งขึ้นมาอย่างเสียมิได้
"หน้าของข้าก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว หมอนใบชาของเจ้าร้อยใบก็ทำอะไรไม่ได้หรอกคิบอม"
"คนเขาอุตส่าห์ห่วงใย ปฏิเสธน้ำใจไม่พอยังมาดูถูกกันอีกแหนะ"
"ก็หรือไม่จริง...แม่หญิงงามยาหม้อ"
"ท่านพี่..ดูคนของท่านว่าน้อง~"

หลังจากฟังน้องทะเลาะกันไปมาเรียกเสียงหัวเราะเริงร่าจากพี่ชายใหญ่แล้ว คนเป็นพี่จึงได้ไกล่เกลี่ยสงบศึกทั้งสองด้านก่อนที่ป่าอันแสนสงบจะพังทลายเพราะน้องรักทั้งสอง..
"คิบอม..เจ้าอยากให้แทมินยิ้มแย้มอารมณ์ดีบ้างก็พูดตรงๆสิ แทมินก็เหมือนกัน เจ้าก็รู้ว่าฝีมือของคิบอมเยี่ยมยอดแค่ไหนก็ยังจะโป้ปด อีกอย่างข้าว่ารอยยิ้มของเจ้าน่ะดูดีเสียยิ่งกว่าใครยิ้มให้ซักนิดหน่อยเป็นไร หือม์?"

เมื่อได้ยินจินกิกล่าวชื่นชมตนดังนั้น แทมินจึงยอมที่จะเผยรอยยิ้มเบาบางบนใบหน้าตอบรับ โดยไม่สนใจเสียงบ่นน้อยอกน้อยใจของพี่คนกลางอย่างคิบอมแต่อย่างใด

แต่แล้วแทมินก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงสั่งให้สองพี่น้องหลบไปอยู่ใกล้ๆรถม้าเสียก่อน โดยที่ตนจะไปตรวจตราดูว่าเป็นอะไร คุณชายทั้งสองทำตามอย่างว่าง่ายแต่ก็อดเป็นห่วงกังวลไม่ได้ว่าจะเกิดอันตรายอะไรขึ้นหรือไม่...

ชั่วเวลาไม่นาน ร่างผอมก็ออกมาพร้อมกับลูกสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยที่ร้องครางด้วยความเจ็บปวด...

"นั่นอะไรหรือแทมิน? โอ้ มันบาดเจ็บด้วยหรือนี่! ส่งมาให้ข้าเร็ว" เสียงคิบอมร้องขึ้นอย่างตกใจ องครักษ์ประจำตระกูลพยักหน้า ก่อนจะยื่นเจ้าตัวเล็กน่าสงสารนั้นให้กับคุณชายเล็ก
"ข้าไปพบมันนอนขดตัวสั่นอยู่ใต้พุ่มไม้โน่น ท่าทางคงจะหลบหนีนายพรานมา"
"เลือดยังคงไหลอยู่เลย..เดี๋ยวพี่ไปเอารากเบ็กโมกึนมาให้" จินกิบอกน้องชายก่อนจะวิ่งไปเอาสมุนไพรที่ว่า โดยที่แทมินรีบวิ่งตามออกไปทันทีดังคาด ส่วนคิบอมที่เป็นห่วงอาการของลูกสุนัขจิ้งจอกก็หาได้สนใจอันใดนอกจากบาดแผลที่แม้ไม่ลึกฉกรรจ์แต่ก็ทำให้เลือดไหลออกมามากเสียจนน่ากังวล มือบางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาและรีบพันไปยังบาดแผลให้แน่นเพื่อห้ามเลือด ก่อนจะปลดตุรุมากิของตนมาห่มคลุมให้ความอบอุ่นแก่จิ้งจอกน้อยที่ตอนนี้หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนเล็กอย่างไว้วางใจ 

"ใครกันหนอช่างใจร้ายใจดำ ทำร้ายสิ่งมีชีวิตน่ารักๆอย่างเจ้าได้ลงคอ.." ริมฝีปากสีเข้มกดลงกลางกระหม่อมของเจ้าตัวน้อยราวกับมารดาปลอบประโลมลูกยาซึ่งเจ้าจิ้งจอกโชคร้ายก็ซุกตัวอยู่ในอ้อมอกอย่างออดอ้อนรู้งานเรียกรอยยิ้มหวานจากเจ้าของวงแขนได้เป็นอย่างดี...

ทุกๆอย่างทุกๆการกระทำของคิบอมประจักษ์แก่สายตาของคนใจร้ายที่ร่างบอบบางได้ว่ากล่าวไปเมื่อสักครู่... ชายหนุ่มแอบจ้องมองมาได้พักหนึ่งแล้ว แต่ไม่กล้าโผงผางออกไปเนื่องด้วยกลัวว่านางฟ้าน้อยๆตรงหน้าของเขาจะตกอกตกใจและบินหนีกลับสวรรค์ไปเสียก่อน..

ดูท่าว่าจะไม่ใช่เจ้าจิ้งจอกน้อยนั่นแล้วสิที่พรานป่าใจร้ายหมายจะนำกลับไปด้วย...

เจ้าของดวงหน้าสวยหวานที่จิตใจงดงามราวกับนางฟ้านี่ต่างหากเล่า...

ร่างสูงสง่ารู้สึกตัวเองว่ากำลังตกอยู่ในมนต์สะกดของร่างบอบบาง มนตราแห่งความงามที่ไม่อาจทำให้ละสายตาไปได้ ทั้งรอยยิ้มหวานละมุนจากกลีบปากได้รูปสวยน่าจุมพิต ดวงตากลมใสที่ทอดสายตาแห่งความห่วงใยอาทรเจ้าสัตว์ตัวเล็กในอ้อมกอดเสียจนเขาอดรู้สึกอิจฉาอยากจะถูกวงแขนเรียวเล็กโอบกอดบ้าง อยากรับรู้ความรู้สึกในอ้อมกอดของนางสวรรค์ชั้นฟ้าว่าจะนำพาความสุขสำราญใจได้สักเพียงใด....

แต่สวรรค์ก็ไม่ได้มอบโอกาสให้ชายหนุ่มตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝันละเมอนานนัก จึงได้ส่งคนมาขัดจังหวะเสียก่อนที่จะอาจหาญคิดทำมิดีมิร้ายบุคคลซึ่งมิเคยพานพบหน้ากันมาก่อน..

"คิบอม...พี่มาแล้ว!" 
"ท่านพี่จินกิ..ท่านอย่าวิ่งจะได้หรือไม่!"


เสียงโหวกเหวกโวยวายของคนที่ร่างบางกำลังรอคอยอยู่ใกล้เข้ามา ก่อนที่เจ้าของเสียงทั้งสองจะเข้ามาบดบังทำเลในการถ้ำมองนางสวรรค์เรียกเสียงสบถเบาๆจากผู้ที่แอบซุ่มอยู่หลังต้นสนใหญ่นั้นได้เป็นอย่างดี


"เจ้าตัวเล็กเป็นอย่างไรบ้างคิบอม?" พี่ใหญ่ถามขึ้นขณะที่มองน้องรักกำลังใช้สมุนไพรดูแลเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยอยู่
"บาดแผลลึกอยู่พอสมควรแต่โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญ.. ท่านพี่~ท่านจะว่าอะไรข้าหรือไม่ หากข้าจะพาเจ้าตัวน้อยกลับไปดูแลยังเรือนของเรา" ผู้เป็นน้องส่งสายตาออดอ้อนเสียเต็มทีด้วยกลัวว่าพี่ชายจักไม่ยอมให้พาเจ้าลูกสัตว์น่าสงสารนี้กลับไปด้วยกัน
"พี่เคยขัดใจเจ้าหรือคิบอมน้องรัก~ แม้เจ้าไม่ขอพี่เองก็จักนำกลับไปด้วยกันอยู่แล้ว ถือว่าเรามีวาสนาต่อกันแล้วนะเจ้าตัวเล็ก" มือขาวลูบแผ่วเบาไปยังกระหม่อมบางของเจ้าจิ้งจอกน้อยที่หลับสนิทในอ้อมแขนของน้องชาย ก่อนจะพากันกลับเรือนทั้งสามคนพี่น้อง เนื่องจากเวลาได้ล่วงเลยไปจนจะเที่ยงวันเสียแล้ว...

ร่างสูงโปร่งได้แต่ทอดมองนางฟ้าองค์น้อยที่โอบอุ้มลูกสุนัขจิ้งจอกไว้ด้วยความเมตตานั้นขึ้นรถม้าจากไปอย่างช้าๆ ก่อนจะออมาจากที่ซ่อนก้มลงเก็บผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่เปรอะเปื้อนเศษดินและคราบเลือด ดวงตาคมพิศมองผืนผ้าราวกับเห็นถึงใบหน้าอันงดงามของเจ้าของ ฝ่ามือใหญ่กุมไว้แนบอกข้างซ้ายหมายจะให้อวัยวะที่อยู่ภายในเลิกเต้นด้วยจังหวะที่ผิดจากปกติเสียที..


เจ้าเป็นใครกันนางฟ้าน้อยๆของข้า~

 

To Be Continue...
 
+++++++++++++++++++++++++++++++
 
=Talk=
 
เหอๆ มาลงฟิค ฮ่าๆ นี่ไม่ใช่ฟิควันเกิดหมี แต่ลงในวันเกิดหมี(อะไรของมัน)
เป็นฟิคพีเรียตมินคีย์เรื่องแรก อืม..สารภาพว่าไม่ถนัด แต่ก็อยากลองแต่งดู
พยายามให้มันเป็นชอทฟิค ประมาณ5ตอนจบ (แต่จะรอดมั้ย?)
 
อ่านแล้วเป็นยังไงก็บอกกันบ้างนะคับ จะได้เอามาปรับปรุง
 
อ่อ..เรื่องนี้เป็นมินคีย์...สามสุกี้สวิง(ฮ่าๆ สนองนีดส์อิคนแต่ง)
เน้นที่มินคีย์  ในส่วนของไทรเองเกิ้ลสามหน่อจะแทรกมาคั่นอารมณ์นิดๆหน่อยคับพ้ม!
 
ขอบคุณที่อ่านจนจบตอน ฮี่ๆ
 
สุดท้ายนี้  แฮปปี้เบิร์ดเดย์หมีชเว  รักแก(แค่วันนี้วันเดียว ฮ่าๆ)
 
 

Comment

Comment:

Tweet

มินโฮจะจับคีย์กลับไปด้วยหรอ
เห็นหวานๆแบบนั้น ร้ายนะ
แอบฮาอนยู วิ่งมา ฮ่าๆๆ
แทมเป็นองครักษ์ด้วย
อิเป็ดไปไหน ออกมาได้แล้วน้า ฮ่าๆๆ

รออ่านตอนต่อไป

ปล ภาษาโอเคแล้วนะ ชอบตอนเริ่มเรื่อง เห็นภาพ big smile

#3 By FAI [prakyejee] (1.47.23.9) on 2012-01-07 23:55

เข้ามาเล่นๆ ไม่คิดว่าจะเจอฟิกเรื่องนี้

อ่านไปกลั้นขำอิโฮท่าจะเป็นเอามากนะเนี่ย รักแรกพบเลยนะ แต่คนสวยเค้าจะคิดไงรออ่านต่อตอนต่อไป

ชอบบรรยากาศสามพี่น้องอะดูสบายๆ ดีไม่ขัดลูกตาเวลาอ่านเจอหมีในซีน (ได้ข่าวว่ามันเป็นพระเอก)

แต่ชอบตอนที่น้องเป็งโจรนะนิค คงสวยเซกซี่น่ารักน่าฟัด....ชักหื่น

ขอแบบน้องเจอกับหมีตอนเป็นโจรบ้าง จะได้มันส์ยิ่งขึ้น

ตอนหน้าอิจงจะออกมั้ย อ่านตอนนี้แล้วลืมไปว่ามีมันอยู่ 555

#2 By raminate (58.8.151.78) on 2011-12-20 20:20

กรี๊ดดดด......ดดดด.......
ฉลองวันเกิดอิหมี...แล้วก้อมาเจิมฟิค...
อ่านไปแล้วนี่...อร๊ายยยย...เห็นภาพอิหมีตัวล่ำๆควบม้า ฮ่าๆๆๆ
ไม่เสียแรงที่อยู่พิดโลก บรรยากาศบรรยายได้เป๊ะมากกกก...
ถึงกับได้กลิ่นไอดิน..ความสดชื่นของอากาศเลยทีเดียว..
มินคีย์ว่ากรี๊ดแล้ว....พอรุ้ว่าสามสุกี้มีสวิง...ยิ่งกรี๊ดใหญ่ ฮ่าๆๆๆ
ติดตามตอนต่อไป......เข้มข้นๆๆๆ...

สู้ๆนะนิคจะตามติดไม่ห่างเลย ถ้าหายไปนานรับรองทวงถึงที่ คิๆๆ
สุ้ตายนูนาจอมโจรบุปผา

#1 By อาจุมม่าตาหวาน (118.174.103.204) on 2011-12-11 12:13


============